โลกนี้น่าขำ
* โลกนี้มี แต่คนบ้า ไม่น่าอยู่
จงมองดู ให้ดีดี มีข้อขำ
คือตัวกู ที่เกิดอยู่ เป็นประจำ
จงกระทำ อย่าให้เกิด ประเสริฐแล
* อย่าปล่อยให้ อารมณ์ใด เข้ามาปรุง
เป็นจิตยุ่ง วุ่นวาย หลายกระแส
ว่างตัวกู จิตก็อยู่ เหนือโลกแท้
ว่างกูแน่ ก็หยุดบ้า น่าขำเอย ฯ
คนนิยม ทำบุญวันเกิด อาจกลายเป็นคนบ้า โดยไม่รู้ตัว
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
ไม่ ทำบุญวันเกิด
ศีลธรรมกับคน
* ศีลธรรมเลว คนก็ได้ กลายเป็นผี
หาความดี ไม่ประจักษ์ สักเส้นขน
ศีลธรรมดี ผีก็ได้ กลายเป็นคน
ที่เลิศล้น ภูมิใจ ไหว้ตัวเอง
* ศีลธรรมต่ำ เปลี่ยนคน จนคล้ายสัตว์
จะกินกัด โกงกัน ขมันเขม็ง
ศีลธรรมสูง คนสดใส ไม่อลเวง
ล้วนยำเกรง กันและกัน ฉันเพื่อนตาย
* ศีลธรรมนี้ ทุกวัน มันตายซาก
คนมีปาก ก็ไม่พล่าม ศีลธรรมหาย
ศีลธรรมกลับ มาเมื่อไร ทั้งใจกาย
คนจะหาย จากทุกข์ เป็นสุขเอง ฯ
ไม่ ทำบุญวันเกิด แต่ หมั่นฝึกจิต ทำจิตให้สงบ ศึกษาแก่นธรรมคำสอน
ไม่เน้น พิธีกรรม สุข ทุกข์ ควบคุมได้ด้วยใจตน
* ศีลธรรมเลว คนก็ได้ กลายเป็นผี
หาความดี ไม่ประจักษ์ สักเส้นขน
ศีลธรรมดี ผีก็ได้ กลายเป็นคน
ที่เลิศล้น ภูมิใจ ไหว้ตัวเอง
* ศีลธรรมต่ำ เปลี่ยนคน จนคล้ายสัตว์
จะกินกัด โกงกัน ขมันเขม็ง
ศีลธรรมสูง คนสดใส ไม่อลเวง
ล้วนยำเกรง กันและกัน ฉันเพื่อนตาย
* ศีลธรรมนี้ ทุกวัน มันตายซาก
คนมีปาก ก็ไม่พล่าม ศีลธรรมหาย
ศีลธรรมกลับ มาเมื่อไร ทั้งใจกาย
คนจะหาย จากทุกข์ เป็นสุขเอง ฯ
ไม่ ทำบุญวันเกิด แต่ หมั่นฝึกจิต ทำจิตให้สงบ ศึกษาแก่นธรรมคำสอน
ไม่เน้น พิธีกรรม สุข ทุกข์ ควบคุมได้ด้วยใจตน
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552
อย่า ทำบุญวันเกิด เลยนะ
เมื่อกิเลสยึดครองโลก
* เมื่อกิเลส ไหลนอง ยึดครองโลก
มันสุดแสน โสโครก ที่โกรกไหล
เมื่อกระแส ไฟตัณหา ไหม้พาไป
ทิ้งซากไว้ ระเกะระกะ อนิจจัง
* กลับยกย่อง ว่านั้นสิ่ง ศิวิไลซ์
ยั่วความใคร่ เพิ่มเหยื่อ แก่เนื้อหนัง
เป็นเครื่องล่อ กามา บ้าติดตัง
ทั่วโลกคลั่ง ก็ยิ่งคล้าย อบายภพ
* ทั้งแก่เฒ่า สาวหนุ่ม ล้วนจนกาม
เกลียดศีลธรรม เห็นเป็นหนาม ระคายขบ
อาชญากรรม ลุกลาม สงครามครบ
ร้อนตลบ โลกกิเลส สังเวชจริง ฯ
เพราะ การ ทำบุญวันเกิด เป็นอาจเพาะสร้างกิเลศ โดยไม่รู้ตัว
* เมื่อกิเลส ไหลนอง ยึดครองโลก
มันสุดแสน โสโครก ที่โกรกไหล
เมื่อกระแส ไฟตัณหา ไหม้พาไป
ทิ้งซากไว้ ระเกะระกะ อนิจจัง
* กลับยกย่อง ว่านั้นสิ่ง ศิวิไลซ์
ยั่วความใคร่ เพิ่มเหยื่อ แก่เนื้อหนัง
เป็นเครื่องล่อ กามา บ้าติดตัง
ทั่วโลกคลั่ง ก็ยิ่งคล้าย อบายภพ
* ทั้งแก่เฒ่า สาวหนุ่ม ล้วนจนกาม
เกลียดศีลธรรม เห็นเป็นหนาม ระคายขบ
อาชญากรรม ลุกลาม สงครามครบ
ร้อนตลบ โลกกิเลส สังเวชจริง ฯ
เพราะ การ ทำบุญวันเกิด เป็นอาจเพาะสร้างกิเลศ โดยไม่รู้ตัว
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552
มีศีลธรรม ดีกว่า ทำบุญวันเกิด
ความหมายของศีลธรรม
* ศีลธรรม ความปกติ ตามธรรมชาติ
ศีลธรรม ตามอำนาจ คนจัดสรร
ศีลธรรม คือสุข-สะดวก บวกเข้ากัน
ศีลธรรม คนทุกวัน หันหัวลง
* ศีลธรรม นำปุถุชน ดลอริยะ
ศีลธรรม รวมฐานะ ที่พึงประสงค์
ศีลธรรม ทุกทุกส่วน ล้วนเส้นตรง
ศีลธรรม นำสูงส่ง ตรงต่อญาณ
* ศีลธรรม ปริยัติ จัดฐานราก
ศีลธรรม มีวิบาก ล้วนสุขศานติ์
ศีลธรรม สะอาด สว่าง สงบ บรรจบงาน
ศีลธรรม ส่วนอวสาน นิพพานแล ฯ
มีศีลธรรมประจำใจ ไม่ต้อง ดิ้นรน ทำบุญวันเกิด
* ศีลธรรม ความปกติ ตามธรรมชาติ
ศีลธรรม ตามอำนาจ คนจัดสรร
ศีลธรรม คือสุข-สะดวก บวกเข้ากัน
ศีลธรรม คนทุกวัน หันหัวลง
* ศีลธรรม นำปุถุชน ดลอริยะ
ศีลธรรม รวมฐานะ ที่พึงประสงค์
ศีลธรรม ทุกทุกส่วน ล้วนเส้นตรง
ศีลธรรม นำสูงส่ง ตรงต่อญาณ
* ศีลธรรม ปริยัติ จัดฐานราก
ศีลธรรม มีวิบาก ล้วนสุขศานติ์
ศีลธรรม สะอาด สว่าง สงบ บรรจบงาน
ศีลธรรม ส่วนอวสาน นิพพานแล ฯ
มีศีลธรรมประจำใจ ไม่ต้อง ดิ้นรน ทำบุญวันเกิด
วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552
กิเลศ ทำบุญวันเกิด
หลงความบ้าว่าศีลธรรม
* โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว
* กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ
* มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯ
คุณ คิดว่า กระแส ทำบุญวันเกิด เป็นกิเลศ อย่าง นึงไหม
* โลกทุกวัน อยู่ในขั้น กลียุค
ที่เบิกบุก เร็วรุด สู่จุดสลาย
จนสิ้นสุด มนุษยธรรม ด่ำอบาย
เพราะเห็นกง -จักรร้าย เป็นดอกบัว
* กิเลสไส -หัวส่ง ลงปลักกิเลส
มีความแกว่น แสนพิเศษ มาสุมหัว
สามารถดูด ดึงกันไป ใจมืดมัว
เห็นตนตัว ที่จมกาม ว่าความเจริญ
* มองไม่เห็น ศีลธรรม ว่าจำเป็น
สำหรับอยู่ สุขเย็น ควรสรรเสริญ
เกียรติ กาม กิน บิ่นบ้า ยิ่งกว่าเกิน
แล้วหลงเพลิน ความบ้า ว่าศีลธรรม ฯ
คุณ คิดว่า กระแส ทำบุญวันเกิด เป็นกิเลศ อย่าง นึงไหม
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552
ทำบุญวันเกิด เลิกทำดีกว่านะ
ทำดี ดีแล้วเป็นพร
* ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้องอ้อนวอน
ขอพร กะใคร ให้กวน
* พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือนลมหวน
อวลไป อวลมา อย่าหลง
* พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืนยืนยง
ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
* อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ- เพ็ญบุญ กุศลนำ
ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
* ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดีมีจน
เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
* ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเกรง บาปชั่ว กลัวเกรง
ทำแต่ กรรมดี ทวีพร ฯ
หมั่นทำดีทุกวัน ประเสริฐกว่าตามกระแส แห่กันไป ทำบุญวันเกิด
* ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้องอ้อนวอน
ขอพร กะใคร ให้กวน
* พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือนลมหวน
อวลไป อวลมา อย่าหลง
* พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืนยืนยง
ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
* อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ- เพ็ญบุญ กุศลนำ
ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
* ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดีมีจน
เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
* ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเกรง บาปชั่ว กลัวเกรง
ทำแต่ กรรมดี ทวีพร ฯ
หมั่นทำดีทุกวัน ประเสริฐกว่าตามกระแส แห่กันไป ทำบุญวันเกิด
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552
เลิกทำบุญวันเกิด
นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง หลวงพ่อกับเณรจ้อย
ปีนั้น เป็นปีแรก ที่วัฒนธรรม การแจกความสุข ปีใหม่ ระบาดเข้าไปในเขตวัด หลวงพ่อ ตะโกนส่งความสุข ปีใหม่ ให้แก่ เณรจ้อย ลูกศิษย์ก้นกุฎิ เสียงลั่น ในเช้าตรู่ ของวันขึ้นปีใหม่ และได้กล่าวคำสวัสดีปีใหม่ แก่คนทุกคน ที่เราพบหน้ากัน ในวันนั้น ทั้งพระทั้งเณร และ ทายก ทายิกา ทั่วไปหมด
เณรจ้อย เข้าไปถามท่าน ในตอนสายว่า หลวงพ่อมีเรื่องที่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า ตลอดทั้งวัน แล้วหลวงพ่อจะเอาความสุขที่ไหน มาแจกให้แก่พวกเขา ที่พูดนั้น เป็นการกล่าวด้วยใจจริง หรือว่า พูดเล่นๆ
"ฉันพูดตามธรรมเนียม" หลวงพ่อตอบ เณรจ้อย เกิดสงสัยขึ้น มาเป็นกำลังว่า นี่มันธรรมเนียม ของพุทธบริษัท หรือ ธรรมเนียมของใคร? เราไม่เคยพบในบาลีว่า มีธรรมเนียมอย่างนี้ ในครั้งพุทธกาล ทั้งยังขัดต่อ หลักของพระพุทธองค์ ที่ว่า ทุกคนมีกรรมเป็นของตัว เขาต้องทำกรรม ตามที่เขาปรารถนา เอาด้วยตัวเอง สัตว์เช่นอ้ายตูบ ได้รับความสุขปีใหม่ น้อยไปกว่าคน ที่ต้องเสียเงิน ค่าบัตรส่งความสุข กันปีละมากๆ ดังนั้นหรือ? "วัฒนธรรมแจกความสุข" นี้เหมาะสำหรับ พุทธบริษัทหรือเปล่า? หลวงพ่อท่านว่า "สวัสดีปีใหม่-เจ้าจ้อย!" ดังนี้ ท่านหมายความ ว่าอย่างไร? ถ้าท่านไม่ทำดังนั้นแล้ว เราจะมีความสุข น้อยลงไปกว่า ปู่ย่าตายาย ของเรา ที่ไม่เคย ส่งความสุขกันเลย ดังนั้นหรือ ทำไมหลวงพ่อ จึงต้อง "ทำตามธรรมเนียม" กับเขาด้วยเล่า? ธรรมเนียมนี้ จะนำไปสู่ ผลอย่างไรหนอ? ซักถามข้อไหน เท่าไรๆ หลวงพ่อ ท่านก็ตอบ ได้แต่เพียงว่า ฉันทำตาม ธรรมเนียม อยู่นั่นเอง หลวงพ่อ มีความทุกข์ร้อน กว่าเรา มากมาย เป็นประจำวัน ท่านเอาความสุขปีใหม่ จากไหน มาแจกกันหนอ? ถ้าพวกเรา จะต้องมีความสุข อย่างของท่านแล้ว เราก็ต้องไปนอน ที่โรงพยาบาล ก่อนท่าน เพราะเรา ยังไม่มีความอดทน มากเท่ากับท่าน คนก็เป็นโรคจิต กันเพิ่มมากขึ้น เท่าๆ กับ ได้มีการพิมพ์บัตร ส่งความสุข ในโลกเพิ่มมากขึ้นๆ เราจะไม่ยอมรับ ธรรมเนียม "แจก ความสุข" นี้ เป็นอันขาด เพราะเรา ยังคนต้องยึดถือ ธรรมเนียม "เตือนให้นึกถึง ความทุกข์" ในวันขึ้นปีใหม่ แล้วร่วมมือกัน กำจัดมันให้ สูญสิ้นไปโดยเร็ว โดยไม่ต้องมีการส่งบัตร ให้สิ้นเปลือง นอกจาก ตะโกน บนธรรมาสน์ เรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ต่อไปตามเดิม ถ้ามิฉะนั้นแล้ว เราจะต้องมีอะไร หลายอย่าง ที่พ่ายแพ้ แก่อ้ายตูบมัน โดยไม่ต้องสงสัยเลย
ธรรมเนียม ทำบุญวันเกิด ก็ไม่ต่างจาก ปีใหม่
ปีนั้น เป็นปีแรก ที่วัฒนธรรม การแจกความสุข ปีใหม่ ระบาดเข้าไปในเขตวัด หลวงพ่อ ตะโกนส่งความสุข ปีใหม่ ให้แก่ เณรจ้อย ลูกศิษย์ก้นกุฎิ เสียงลั่น ในเช้าตรู่ ของวันขึ้นปีใหม่ และได้กล่าวคำสวัสดีปีใหม่ แก่คนทุกคน ที่เราพบหน้ากัน ในวันนั้น ทั้งพระทั้งเณร และ ทายก ทายิกา ทั่วไปหมด
เณรจ้อย เข้าไปถามท่าน ในตอนสายว่า หลวงพ่อมีเรื่องที่ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า ตลอดทั้งวัน แล้วหลวงพ่อจะเอาความสุขที่ไหน มาแจกให้แก่พวกเขา ที่พูดนั้น เป็นการกล่าวด้วยใจจริง หรือว่า พูดเล่นๆ
"ฉันพูดตามธรรมเนียม" หลวงพ่อตอบ เณรจ้อย เกิดสงสัยขึ้น มาเป็นกำลังว่า นี่มันธรรมเนียม ของพุทธบริษัท หรือ ธรรมเนียมของใคร? เราไม่เคยพบในบาลีว่า มีธรรมเนียมอย่างนี้ ในครั้งพุทธกาล ทั้งยังขัดต่อ หลักของพระพุทธองค์ ที่ว่า ทุกคนมีกรรมเป็นของตัว เขาต้องทำกรรม ตามที่เขาปรารถนา เอาด้วยตัวเอง สัตว์เช่นอ้ายตูบ ได้รับความสุขปีใหม่ น้อยไปกว่าคน ที่ต้องเสียเงิน ค่าบัตรส่งความสุข กันปีละมากๆ ดังนั้นหรือ? "วัฒนธรรมแจกความสุข" นี้เหมาะสำหรับ พุทธบริษัทหรือเปล่า? หลวงพ่อท่านว่า "สวัสดีปีใหม่-เจ้าจ้อย!" ดังนี้ ท่านหมายความ ว่าอย่างไร? ถ้าท่านไม่ทำดังนั้นแล้ว เราจะมีความสุข น้อยลงไปกว่า ปู่ย่าตายาย ของเรา ที่ไม่เคย ส่งความสุขกันเลย ดังนั้นหรือ ทำไมหลวงพ่อ จึงต้อง "ทำตามธรรมเนียม" กับเขาด้วยเล่า? ธรรมเนียมนี้ จะนำไปสู่ ผลอย่างไรหนอ? ซักถามข้อไหน เท่าไรๆ หลวงพ่อ ท่านก็ตอบ ได้แต่เพียงว่า ฉันทำตาม ธรรมเนียม อยู่นั่นเอง หลวงพ่อ มีความทุกข์ร้อน กว่าเรา มากมาย เป็นประจำวัน ท่านเอาความสุขปีใหม่ จากไหน มาแจกกันหนอ? ถ้าพวกเรา จะต้องมีความสุข อย่างของท่านแล้ว เราก็ต้องไปนอน ที่โรงพยาบาล ก่อนท่าน เพราะเรา ยังไม่มีความอดทน มากเท่ากับท่าน คนก็เป็นโรคจิต กันเพิ่มมากขึ้น เท่าๆ กับ ได้มีการพิมพ์บัตร ส่งความสุข ในโลกเพิ่มมากขึ้นๆ เราจะไม่ยอมรับ ธรรมเนียม "แจก ความสุข" นี้ เป็นอันขาด เพราะเรา ยังคนต้องยึดถือ ธรรมเนียม "เตือนให้นึกถึง ความทุกข์" ในวันขึ้นปีใหม่ แล้วร่วมมือกัน กำจัดมันให้ สูญสิ้นไปโดยเร็ว โดยไม่ต้องมีการส่งบัตร ให้สิ้นเปลือง นอกจาก ตะโกน บนธรรมาสน์ เรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ต่อไปตามเดิม ถ้ามิฉะนั้นแล้ว เราจะต้องมีอะไร หลายอย่าง ที่พ่ายแพ้ แก่อ้ายตูบมัน โดยไม่ต้องสงสัยเลย
ธรรมเนียม ทำบุญวันเกิด ก็ไม่ต่างจาก ปีใหม่
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552
เลิก ทำบุญวันเกิด ดีกว่าไหม
มอง-มอง-มอง
* มองอะไร มองให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน มองค้นหา
มองเห็นความ เสมอกัน มีปัญญา
มองเห็นว่า ล้วนมีพิษ: อนิจจัง
* มองทุกข์สุข ก็จงจ้อง มองให้ดี
มองว่าเป็น อย่างที่ คนเราหวัง
มองว่าเป็น ตามปัจจัย ให้ระวัง
มองจริงจัง ก็จักเห็น เป็นธรรมดา
* มองโดยนัย ที่มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน ร้อนเป็นบ้า
มองไม่เป็น โทษผีสาง นางไม้มา
มองถูกท่า ไม่คว้าทุกข์: มองถูกจริง!
การ ทำบุญวันเกิด เป็นกระแสนิยม หรือ ค่านิยมที่ไม่สร้างสรรค์
จัดเป็นปรากฏการณ์ ทางสังคมที่ น่าศึกษา ถึงความเป็นมาเป็นไป
ซึ่งอาจเกิดจาก ความเข้าใจผิดเพี้ยนของผู้สืบทอดศาสนา
ที่เน้นพิธีกรรม มากกว่า การทำความเข้าใจหลักธรรม
ลด ละเลิก การ ทำบุญวันเกิด หันมาศึกษาแก่นธรรม นำพาชีวิตร่มเย็น
* มองอะไร มองให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน มองค้นหา
มองเห็นความ เสมอกัน มีปัญญา
มองเห็นว่า ล้วนมีพิษ: อนิจจัง
* มองทุกข์สุข ก็จงจ้อง มองให้ดี
มองว่าเป็น อย่างที่ คนเราหวัง
มองว่าเป็น ตามปัจจัย ให้ระวัง
มองจริงจัง ก็จักเห็น เป็นธรรมดา
* มองโดยนัย ที่มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน ร้อนเป็นบ้า
มองไม่เป็น โทษผีสาง นางไม้มา
มองถูกท่า ไม่คว้าทุกข์: มองถูกจริง!
การ ทำบุญวันเกิด เป็นกระแสนิยม หรือ ค่านิยมที่ไม่สร้างสรรค์
จัดเป็นปรากฏการณ์ ทางสังคมที่ น่าศึกษา ถึงความเป็นมาเป็นไป
ซึ่งอาจเกิดจาก ความเข้าใจผิดเพี้ยนของผู้สืบทอดศาสนา
ที่เน้นพิธีกรรม มากกว่า การทำความเข้าใจหลักธรรม
ลด ละเลิก การ ทำบุญวันเกิด หันมาศึกษาแก่นธรรม นำพาชีวิตร่มเย็น
ชาวพุทธแท้ ไม่ ทำบุญวันเกิด
มองถูก ทุกข์คลาย
* มองอะไร ให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน ถ้าค้นหา
มีสิ่งสอน เสมอกัน มีปัญญา
จะพบว่า ล้วนมีพิษ อนิจจัง
* จะมองทุกข์ หรือมองสุข มองให้ดี
ว่าจะเป็น อย่างที่ เรานึกหวัง
หรือเป็นไป ตามปัจจัย ให้ระวัง
อย่าคลุ้มคลั่ง จะมองเห็น เป็นธรรมดา
* มองโดยนัย ให้มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน นอนเป็นบ้า
มองไม่เป็น จะโทษใคร ที่ไหนมา
มองถูกท่า ทุกข์ก็คลาย สลายเอง ฯ
ชาวพุทธแท้ เข้าใจแก่นธรรม น้อมนำมาปฏิบัติ
ทำบุญวันเกิด เป็นกิเลศ ของคนห่างวัด
ที่คิดว่าจะชดเชย ความผิดที่ทำไป ซึ่งไม่ถูกต้องเลย
* มองอะไร ให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน ถ้าค้นหา
มีสิ่งสอน เสมอกัน มีปัญญา
จะพบว่า ล้วนมีพิษ อนิจจัง
* จะมองทุกข์ หรือมองสุข มองให้ดี
ว่าจะเป็น อย่างที่ เรานึกหวัง
หรือเป็นไป ตามปัจจัย ให้ระวัง
อย่าคลุ้มคลั่ง จะมองเห็น เป็นธรรมดา
* มองโดยนัย ให้มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน นอนเป็นบ้า
มองไม่เป็น จะโทษใคร ที่ไหนมา
มองถูกท่า ทุกข์ก็คลาย สลายเอง ฯ
ชาวพุทธแท้ เข้าใจแก่นธรรม น้อมนำมาปฏิบัติ
ทำบุญวันเกิด เป็นกิเลศ ของคนห่างวัด
ที่คิดว่าจะชดเชย ความผิดที่ทำไป ซึ่งไม่ถูกต้องเลย
ไม่หลับหูหลับตา ทำบุญตามกระแส
ตาบอด-ตาดี
* หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูก ที่ดูดกิน;
* คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก
ต้องทุกข์โศก หงุดหงิด อยู่นิจสิน
ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย ฯ
ทำบุญวันเกิด ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ทำดีทุกวัน จิตใจสงบ ย่อมพบนิพพาน
* หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูก ที่ดูดกิน;
* คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก
ต้องทุกข์โศก หงุดหงิด อยู่นิจสิน
ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย ฯ
ทำบุญวันเกิด ไม่ใช่สิ่งสำคัญ ทำดีทุกวัน จิตใจสงบ ย่อมพบนิพพาน
วันเกิดไม่ต้องทำบุญ
กรรมดี ดีกว่ามงคล
* กรรมดี ดีกว่ามงคล สืบสร้าง กุศล
ดีกว่า นั่งเคล้า ของขลัง
* พระเครื่อง ตะกรุด อุทกัง ปลุกเสก แสนฉมัง
คาดมั่ง แขวนมั่ง รังรุง
* ขี้ขลาด หวาดกลัว หัวยุ่ง กิเลส เต็มพุง
มงคล อะไร ได้คุ้ม
* อันธพาล ซื้อหา มาคุม เป็นเรื่อง อุทลุม
นอนตาย ก่ายเครื่อง รางกอง
* ธรรมะ ต่างหาก เป็นของ เป็นเครื่อง คุ้มครอง
เพราะว่า เป็นพระ องค์จริง
* มีธรรม ฤามี ใครยิง ไร้ธรรม ผีสิง
ไม่ยิง ก็ตาย เกินตาย
* เหตุนั้น เราท่าน หญิงชาย เร่งขวน เร่งขวาย
หาธรรม มาเป็น มงคล
* กระทั่ง บรรลุ มรรคผล หมดตัว หมดตน
พ้นจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย
* บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ใจกาย อุปัทวะ ทั้งหลาย
ไม่พ้อง ไม่พาน สถานใด
* เหนือโลก เหนือกรรม อำไพ กิเลสา- สวะไหน
ไม่อาจ ย่ำยี บีฑา ฯ
เลิกทำบุญวันเกิดตามกระแส ดีกว่า
* กรรมดี ดีกว่ามงคล สืบสร้าง กุศล
ดีกว่า นั่งเคล้า ของขลัง
* พระเครื่อง ตะกรุด อุทกัง ปลุกเสก แสนฉมัง
คาดมั่ง แขวนมั่ง รังรุง
* ขี้ขลาด หวาดกลัว หัวยุ่ง กิเลส เต็มพุง
มงคล อะไร ได้คุ้ม
* อันธพาล ซื้อหา มาคุม เป็นเรื่อง อุทลุม
นอนตาย ก่ายเครื่อง รางกอง
* ธรรมะ ต่างหาก เป็นของ เป็นเครื่อง คุ้มครอง
เพราะว่า เป็นพระ องค์จริง
* มีธรรม ฤามี ใครยิง ไร้ธรรม ผีสิง
ไม่ยิง ก็ตาย เกินตาย
* เหตุนั้น เราท่าน หญิงชาย เร่งขวน เร่งขวาย
หาธรรม มาเป็น มงคล
* กระทั่ง บรรลุ มรรคผล หมดตัว หมดตน
พ้นจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย
* บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ใจกาย อุปัทวะ ทั้งหลาย
ไม่พ้อง ไม่พาน สถานใด
* เหนือโลก เหนือกรรม อำไพ กิเลสา- สวะไหน
ไม่อาจ ย่ำยี บีฑา ฯ
เลิกทำบุญวันเกิดตามกระแส ดีกว่า
ทำบุญวันเกิด
โลกอนิจจัง
* ตามธรรมดา ถ้าไม่มี ความเปลี่ยนแปลง
มาบังแฝง คนจะเบื่อ จนเหลือที่
จะเป็นคน ทนอยู่ ในโลกนี้
หนักเข้ามี แต่อยาก จะดับไป
* ดับจากโลก เพราะโลก มันน่าชัง
แต่ใครบ้าง รู้สึก เช่นนี้ได้
เพราะโลกมี อนิจจัง บังเอาไว้
คนเราใช้ อนิจจัง ขังตัวเอง ฯ
ไม่ต้อง ทำบุญวันเกิด
* ตามธรรมดา ถ้าไม่มี ความเปลี่ยนแปลง
มาบังแฝง คนจะเบื่อ จนเหลือที่
จะเป็นคน ทนอยู่ ในโลกนี้
หนักเข้ามี แต่อยาก จะดับไป
* ดับจากโลก เพราะโลก มันน่าชัง
แต่ใครบ้าง รู้สึก เช่นนี้ได้
เพราะโลกมี อนิจจัง บังเอาไว้
คนเราใช้ อนิจจัง ขังตัวเอง ฯ
ไม่ต้อง ทำบุญวันเกิด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)